Copyright © 2012-2019 - 5000s.org by Knowing Buddha Organization

การบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งธรรมแก่เยาวชนของชาติ

องค์กรโนอิ้ง บุดด้า ได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต ให้จัดธรรมบรรยายเพื่ออบรมศีลธรรม จริยธรรม และฝึกสมาธิให้กับนักศึกษา ในหัวข้อ “ชีวิตรุ่งเรืองด้วยศีล สำเร็จด้วยสมาธิและปัญญา” ซึ่งการบรรยายในครั้งนี้ได้รับการประสานงานจาก อาจารย์ปารดา เพชรมณี ศิษย์เตโชวิปัสสนา ปัจจุบันสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คุณปารดามีจิตน้อมกตัญญูเห็นเป็นโอกาสได้ตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมศาสดาและพระคุณของพ่อแม่ครูอาจารย์ จึงได้เชิญให้หน่วย CSR เข้ามาบรรยายให้กับนักศึกษาชั้นปี 2 ถึงชั้นปี 4 จากหลายคณะที่เรียนวิชา “เอเชียยุคใหม่” ประมาณ 200 คน ได้รับฟัง 
.
คุณลัคพงศ์ เพิ่มพูน Stage Manager กล่าวเปิดงาน แนะนำองค์กรฯ และวัตถุประสงค์ แนะนำทีมงานจิตอาสา ประวัติท่านประธานองค์กรฯ ผลงานที่ผ่านมาของท่าน และการได้รับรางวัลเสาอโศกผู้นำศีลธรรม ในฐานะผู้ที่ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง และนำเข้าสู่การบรรยายว่า ในวันนี้เราจะมาหยุดบัญชีบาป และจะมาเพิ่มบัญชีบุญได้อย่างไร 
.
วิทยากรท่านที่ 1 คุณนฤต วชิรอมรเลิศ ได้เริ่มการบรรยายว่า สิ่งที่จะมาบรรยายในวันนี้ เป็นสิ่งที่เรารู้กันอยู่แล้ว อยู่ใกล้ตัว และเราหายใจร่วมไปกับมันในทุกวัน เพียงแค่วันนี้เราจะรู้ให้มันชัดเจนขึ้น นั่นคือ ศีล 5 ซึ่งไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เพราะทุกคนนั้นรู้จักผิดชอบชั่วดี เรามีบัญชีบุญซึ่งเปรียบเสมือนเป็นทรัพย์สิน และบัญชีบาปเปรียบดั่งเป็นหนี้สินในทางบัญชี หากเราผิดศีลนั่นก็คือเราเป็นหนี้ซึ่งจะต้องชดใช้ คุณนฤตได้ให้ความกระจ่างในศีลแต่ละข้อและยกตัวอย่างให้พิจารณา เช่น ศีลข้อ 1 การฆ่าสัตว์โดยคิดว่าเป็นเกม มีความผิดมาก น้ำหนักของเจตนาถือว่ามีน้ำหนักมาก เพราะชีวิตใครใครก็รัก ในศีลข้อ 2 ซึ่งยุคสมัยนี้ผิดได้ง่ายมาก คือการขโมยความคิด เช่น การทำรายงาน แค่ก๊อบปี้แปะลงไป แล้วเปลี่ยนชื่อซึ่งเป็นการกระทำที่ง่ายมาก แต่ก็ผิด ในศีลข้อ 4 การกระทำผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย การแชร์ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง มีผลร้ายต่อผู้อื่นทำให้ตกเป็นจำเลยของสังคม ศีลข้อ 5 การเสพสิ่งเสพติดมึนเมา อันจะทำให้สามารถล่วงศีลได้ทุกข้อ ในศีลข้อ 3 ได้ฉายวีดิทัศน์ “ที่ไปของชายเจ้าชู้” และคุณโบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์ นักแสดงนำ ที่วันนี้ได้เสียสละเวลาส่วนตัวมาร่วมเป็นหนึ่งในจิตอาสาให้กับองค์กรฯ ได้แสดงความรู้สึกและให้ข้อคิดว่า “รู้สึกดีที่ได้มาเป็นนักแสดงนำ มาเป็นกระบอกเสียงหนึ่งของการเข้าใจผิดในสังคมมาอย่างยาวนานตั้งแต่โบราณ เป็นประเด็นที่ปวดร้าวในสังคมไทยมาอย่างช้านาน ที่ผู้ชายสามารถมีภรรยาได้หลายคน และมองเป็นเรื่องปกติที่จะมีได้ มีแล้วเท่ นั่นคือความเข้าใจผิดที่จะนำคุณไปสู่นรกได้ ให้สังเกต บางคนมีเสน่ห์มาก แต่ทำไมเมื่อมีคนเข้ามาจึงต้องเจ็บไปทุกครั้ง นั่นเพราะเราได้รับผลกรรมจากที่เราเคยกระทำผิดศีลข้อนี้มาก่อน” คุณโบวี่ยังได้บอกเล่าเหตุที่ได้เข้ามาปฏิบัติธรรม นั่นเพราะการที่ได้เข้าไปอยู่ในสังคมที่สุดขีด ต้องปาร์ตี้ ต้องใช้แบรนด์เนม ต้องสวยกว่า ต้องรวยกว่า พอไปถึงจุดจุดหนึ่งที่คิดว่ามาถึงแล้ว แต่ใจข้างในมันไม่ได้มีความสุข เกิดการบีบคั้น จากการที่เราไปวิ่งหาสิ่งข้างนอก จึงเกิดคำถามว่า แล้วความสุขที่แท้จริงนั้นคืออะไร จึงได้ก้าวเข้ามาปฏิบัติธรรม และได้ค้นพบความสุขที่แท้จริงคือความสงบระงับจากภายใน
.
วิทยากรท่านที่ 2 คุณมนกานต์ บุญสนอง ได้แนะนำตนเองในฐานะรุ่นพี่ ที่ได้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และวันนี้ดีใจที่จะได้มาบอกเล่าเทคนิคที่จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ อันนอกเหนือจากวิชาความรู้ที่ร่ำเรียนและประสบการณ์ ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่จะเกื้อหนุนชีวิต นั่นคือ บุญกิริยาวัตถุ 10 อันได้แก่ ทาน (ทานมัย) เป็นบุญที่ทำได้ง่ายมาก เพียงสละทรัพย์เพื่อลดความตระหนี่ถี่เหนียว และทานที่ทำได้ยากแต่ได้อานิสงส์สูง นั้นคือ อภัยทาน การรักษาศีล (สีลมัย) เป็นฐานสำคัญที่ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ เมื่อถึงข้อการภาวนา (ภาวนามัย) ได้เปิดวีดิทัศน์ให้ความรู้เกี่ยวกับจิตวิญญาณ และสอนการปฏิบัติสมาธิอานาปานสติ ซึ่งการภาวนาเป็นบุญที่มีอานิสงส์สูงมาก ทั้งการทำสมาธิวันละ 10-15 นาที ก็สามารถทำให้การเรียนดีขึ้นได้อีกด้วย รวมถึงการไหว้เพื่อแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน (อปจายนมัย) การทำงานอาสา (เวยยาวัจจมัย) วิทยากรยังได้แนะนำถึงการแบ่งบุญ (ปัตติทานมัย) การอนุโมทนาบุญ (ปัตตานุโมทนามัย) และบุญอีกข้อที่น้องนักศึกษาได้ทำในวันนี้ คือการฟังธรรม (ธัมมัสสวนมัย) เมื่อเราฟังธรรมจนมีความเข้าใจแล้วนำไปบอกต่อกับผู้อื่น ก็ได้บุญในข้อ การแสดงธรรม (ธัมมเทสนามัย) สุดท้าย การมีความเห็นที่ถูกตรง (ทิฏฐุชุกัมม์) เช่น การเชื่อว่าบุญมีจริง บาปมีจริง
.
จากนั้นได้เชิญคุณโบวี่ อัฐมา แชร์ประสบการณ์ที่ได้ร่วมรณรงค์กับองค์กรโนอิ้ง บุดด้า ในการปกป้องพระสัญลักษณ์ พระรูป และพระนาม โดยให้ศึกษาจากเคสลบหลู่ที่เกิดขึ้นจริงตามภาพที่ฉายขึ้นจอโปรเจกเตอร์ ที่รวบรวมการกระทำลบหลู่ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งนักศึกษาให้ความสนใจเป็นอย่างมาก คุณโบวี่ อัฐมา ได้อธิบายถึงเคสหนึ่งที่เธอได้ไปพบ ขณะที่กำลังหาบ้านพักที่ญี่ปุ่นผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งมีรูปภาพห้องพักที่นำเอาพระเศียรของพระพุทธรูปมาเป็นของตกแต่ง จึงตัดสินใจจองบ้านพัก เพื่อที่จะได้มีโอกาสพูดคุยอธิบายกับเจ้าของบ้านถึงการกระทำอันไม่เหมาะสมนี้ และได้ปรึกษาทีมงานองค์กรโนอิ้ง บุดด้า_ผ่านทางเฟซบุ๊กว่า ควรอธิบายให้ความรู้กับเขาอย่างไร และในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ โดยเจ้าของบ้านพักได้แสดงความเสียใจและกล่าวขอโทษ ทั้งจะนำพระเศียรของพระพุทธรูปออกจากการตกแต่ง และลบรูปภาพที่ไม่เหมาะสมออกด้วย เป็นความโชคดีของเหล่าน้องนักศึกษา ที่ได้รับฟังเคสที่เกิดขึ้นจริง และความพยายามที่จะแก้ไขของคุณโบวี่ อัฐมา ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีงามให้น้อง ๆ ได้ถือเป็นแนวทางปฏิบัติ เมื่อได้พบเหตุการณ์เช่นนี้ด้วยตนเอง หรือสามารถแจ้งเคสลบหลู่ที่พบเห็นมาได้ที่องค์กรโนอิ้ง บุดด้า และร่วมสนับสนุนการรณรงค์ได้ที่ www.5000s.org 

ความคิดเห็นของนักศึกษาที่ได้มาร่วมรับฟัง
ได้อะไรจากการฟังธรรมบรรยายวันนี้บ้าง ? 


“ได้รับความรู้เกี่ยวกับศีล 5 ข้อ อย่างละเอียด การนั่งสมาธิ การทำบุญ การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ ช่วยกันหยุดยั้งการลบหลู่พระพุทธเจ้า และประสบการณ์ตรงจากวิทยากรผู้ปฏิบัติตามศีลทั้ง 5 ข้อ ว่าปฏิบัติตนอย่างไรบ้าง”

“จริง ๆ รู้เรื่องศีล 5 กันอยู่แล้วว่าคืออะไร แต่ว่าการฟังครั้งนี้วิธีการพูดของวิทยากรทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เกิดความเข้าใจมากขึ้น และได้รู้ว่าการเห็นพระพุทธรูปเป็นเพียงเครื่องประดับตกแต่งมีอยู่จริง และมีอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ เราควรปกป้อง ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาของเรา”

 

“ได้รู้ซึ้งเกี่ยวกับศาสนาพุทธอย่างชัดเจนว่า ศาสนา ศีลธรรม มักจะสอนให้เราเป็นคนดีเสมอ สอนให้เรารู้จักผิดชอบชั่วดี เเละสอนให้มนุษย์ทุกคนได้รู้จักการให้อภัยซึ่งกันเเละกัน สอนให้รู้ว่าความสุขนั้นไม่ได้ได้มาด้วยกิเลส เเต่ความสุขที่เเท้จริงคือการมีจิตใจสงบ รู้จักการยับยั้งกิเลสก็จะเกิดความสุขที่เเท้จริง”

 

“ได้ข้อคิดใหม่ ๆ คนหลายคนทำงานและทำทุกอย่างเพื่อหาเงิน เอาไปซื้อของที่ตัวเองอยากได้ สิ่งที่ตัวเองอยากมี แต่พอถึงจุดที่มีทุกอย่างพร้อม ถึงรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้มีความสุขได้ ความสุขอยู่ที่การรู้จักพอ พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่และมีความสุขกับมัน”

 

“ปัจจุบันนี้มีผู้คนนำเอาพระพุทธรูป หรือพระสัญลักษณ์ไปใช้ในทางที่ผิดและไม่เหมาะสม ดังนั้นเมื่อพวกเราได้มาฟังสิ่งที่องค์กรโนอิ้ง บุดด้าพูด พวกเราก็ยิ่งรู้สึกว่า การให้ความสำคัญในพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เมื่อเราพบเห็นอะไรที่ไม่เหมาะสม พวกเราควรที่จะช่วยกันปกป้องพระพุทธศาสนาเอาไว้ ไม่ให้ถูกลดทอนคุณค่าลงไปนั่นเอง”

 

ความรู้สึกก่อนและหลังจากฟังธรรมบรรยาย ? 

 

“ก่อนที่จะได้ฟัง รู้สึกว่าตนเองไม่ค่อยตระหนักถึงเรื่องศีล 5 ข้อ และเรื่องการทำบุญทำบาปนัก แต่เมื่อได้ฟังแล้วจึงทราบว่า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญกับการใช้ชีวิต ทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และเลือกปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องสมกับเป็นชาวพุทธ”

 

“ตอนแรกคิดว่าจะน่าเบื่อมาก ศีลธรรมเราก็รู้จักอยู่แล้ว ต้องฟังอะไรอีกเหรอ แต่จริง ๆ แล้ว เราไม่ได้เข้าใจจริง ๆ พอฟังก็นึกได้ว่า ก็จริงนะ แค่รักษาศีล 5 ก็ลดปัญหาต่าง ๆ ได้ ทำไมคนไม่ทำกัน ทำไมมองข้ามกันไป ก็มีความรู้สึกว่าขนาดคนที่โด่งดัง มีทุกอย่างในชีวิตยังไม่มีความสุขเลย เพียงแค่เรารักษาศีลก็เกิดความสงบสุขในชีวิตได้ค่ะ”

 

“รู้สึกว่า เรื่องธรรมะเป็นเรื่องที่ไกลตัวและไม่น่าสนใจ หลังฟังการบรรยาย ธรรมะก็ไม่ไกลตัวอย่างที่คิด และสามารถนำมาปรับใช้กับการดำเนินชีวิตได้”

 

“ก่อนที่จะได้มาฟังการบรรยายจากวิทยากร เคยคิดว่าการรักษาศีลเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่ในความเป็นจริง การรักษาศีลเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว และทำได้ง่ายมากในชีวิตประจำวัน และการรักษาศีลยังช่วยให้จิตใจสดชื่นแจ่มใส ตื่นรู้อีกด้วย”

 

“ก่อนฟัง รู้สึกว่าต้องน่าเบื่อแน่ ๆ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนา พระพุทธเจ้า และดูไม่ค่อยน่าฟัง คิดว่าคงมาพูดเกี่ยวกับธรรมะ แต่หลังจากที่ฟังพิธีกรบรรยายแล้วรู้สึกว่า มันไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด มีสาระความรู้มาก นั่งฟังแล้วไม่ง่วง หลังบรรยายจบก็ทำให้ความคิดเปลี่ยนไปเลย ทำให้หันมาใส่ใจพระพุทธศาสนามากขึ้น จากตอนก่อนฟังก็ยังรู้สึกว่าเฉย ๆ กับเรื่องพวกนี้อยู่”

 

“หลังได้ฟังบรรยาย ศาสนาพุทธนอกจากจะสอนให้เรารู้จักผิดชอบชั่วดีเเล้ว ยังสอนให้คนเราใช้ชีวิตอย่างมีสติในเเต่ละวัน ทำอะไรให้อยู่ในศีลธรรม เพื่อชีวิตมีความสุขที่เเท้จริง”

 

“บุคลิกภาพของผู้นำเสนอดูน่าเชื่อถือเเละมีความเป็นผู้นำ ในด้านการเผยเเพร่วิสัยทัศน์การปฏิบัติให้อยู่ในกรอบ มีการพูดจาได้ตรงไปตรงมา เเละมีความชัดเจนในการกล่าวทุกประเด็น เครื่องเเต่งกายเหมาะสมเเก่การให้ความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาของวันนี้ด้วยครับ”

 

“พวกพี่ ๆ บุคลิกดีมาก จนหนูอยากจะทำแบบนี้ได้บ้าง อยากไปเรียนบุคลิกตามเลยค่ะ บวกกับอยากเป็นแอร์โฮสเตสอยู่แล้วด้วย ชอบมาก รู้สึกบุคลิกดี น่าเชื่อถือมากค่ะ”

 

“วิทยากรพูดได้น่าสนใจมากเกี่ยวกับศีล 5 เป็นกันเอง ไม่กดดัน มีของรางวัลมาแจกมากมาย ทำให้เวลาฟังบรรยายดูไม่น่าเบื่อ และยกเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับศีล 5 ทำให้เราเข้าใจมากขึ้น เช่น เรื่องเต่าของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ทำให้เข้าใจเรื่องบัญชีบุญ บัญชีบาป และคุณโบวี่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการไม่ยึดติดสิ่งของได้สนุกเป็นกันเองมาก ไม่น่าเบื่อ”

 

“อยากให้มีการให้ความรู้แบบนี้ไปหลาย ๆ ที่ เพื่อให้คนอื่น ๆ ที่อาจยังไม่ได้รับความรู้เช่นนี้มาก่อนอย่างเช่นข้าพเจ้า ได้ทราบและนำไปปฏิบัติ เพื่อให้หลาย ๆ คนได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพต่อไป และอยากให้มีการแชร์ประสบการณ์ในชีวิตเพิ่มเติมเข้าไปอีก”

 

สรุปการบรรยายโดย :

คุณปารดา เพชรมณี คุณทิวาพร กายเย็น และคุณลัคพงศ์ เพิ่มพูน