Copyright © 2012-2019 - 5000s.org by Knowing Buddha Organization

CSR โรงเรียนสตรี วัดอัปสรสวรรค์

วันจันทร์ที่ 23กรกฎาคม 2561 ทีมงาน CSR ได้รับโอกาสอันดียิ่งให้ไปบรรยายธรรมที่โรงเรียนสตรี วัดอัปสรสวรรค์ ให้กับนักเรียนชั้น ม.ปลาย ประมาณ 300 คน

 

โรงเรียนสตรีวัดอัปสรฯ เป็นโรงเรียนหญิงล้วนมีนักเรียนกว่า 2,000 คน มีความโดดเด่นในเรื่องการเรียน การสอน กิริยาที่นอบน้อม อบรมความเป็นกุลสตรี เน้นการสอนภาษาต่างประเทศหลายภาษา

 

การเข้ามาบรรยายธรรมที่โรงเรียนนี้ทีมงานได้รับการประสานเข้ามาจาก คุณนันทนา ช่างทอง ศิษย์เตโชจากห้องไลน์ตั้งสัจจะภาวนา เมื่อคุณนันทนาได้เห็น post ของทีมงาน CSR จากห้องไลน์ ต้องการให้ช่วยแนะนำโรงเรียนให้ จึงมีความตั้งใจ ศรัทธาที่จะช่วยส่งเสริมการทำงานการหว่านเมล็ดพันธุ์ที่ดีให้กับเยาวชนของชาติ คุณนันทนาจึงได้หารือกับพี่สะใภ้ที่ขายกล้วยทอดอยู่ที่หน้าโรงเรียน และพอจะรู้จักมักคุ้นกับอาจารย์ที่โรงเรียนในฐานะลูกค้าและลูกเป็นศิษย์เก่า จึงรับอาสาที่จะติดต่อกับอาจารย์ที่ตัวเองคุ้นเคย ทีมงานได้จัดส่งเอกสารให้กับคุณนันทนา และโดยการประสานของพี่สะใภ้ ทีมงานได้รับการนัดหมายให้เข้าไปพบกับ อาจารย์สุรพงษ์ บุญศิริวัฒน์วานิช อาจารย์ฝ่ายปกครอง กลุ่มบริหารงานบุคคล เพื่อนำเสนอในรายละเอียดเนื้อหาของงานบรรยาย

 

หลังจากอาจารย์ได้ทราบถึงวัตถุประสงค์และเนื้อหาจากทีมงานแล้วอาจารย์ยินดีให้หน่วย CSR เข้ามาบรรยายธรรม อาจารย์ได้ให้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ทางโรงเรียนให้การสนับสนุนจริยธรรมให้นักเรียนในหลายโครงการ เช่น โครงการโรงเรียนสีขาว โครงการโรงเรียนจริยธรรม และโครงการรักษาศีล 5 นอกจากนั้นยังจัดให้มีการตักบาตรเป็นประจำทุกสัปดาห์

 

ทีมงานไปถึงโรงเรียน ประมาณ 12.30 น. ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากทีมคุณครู โดยแผนเดิมจะทำการบรรยายที่โรงยิม แต่เมื่อถึงเวลาจริงกลับได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในห้องโสตทัศนศึกษาซึ่งมีความสะดวกสบายเหมาะสมยิ่งกว่า แต่ทีมงานก็ต้องประสบข้อขัดข้องทางด้านเวลา ที่จะต้องบีบช่วงเวลาการอบรมให้เหลือไม่เกิน 1 ชั่วโมงครึ่ง เพราะเป็นเวลาที่เด็กเลิกเรียนและเด็กส่วนหนึ่งต้องไปเรียนพิเศษต่อหรือกลับบ้าน วิทยากรทั้งสองจึงต้องปรับการบรรยายให้สั้นและกระชับ . เวลาประมาณ 14.20 น. นักเรียนเริ่มทยอยเข้ามายังห้องบรรยาย ซึ่งเข้ามาครบในเวลา 14.40 น. ทำให้เหลือเวลาในการบรรยายลดลงไปอีก การบรรยายเริ่มขึ้นโดยพิธีกร คุณลัคพงศ์ เพิ่มพูน ได้กล่าวแนะนำองค์กรและวัตถุประสงค์ แนะนำทีมงานจิตอาสา ประวัติท่านประธานองค์กร ผลงานองค์กรที่ผ่านมาที่มา

 

จากนั้นได้แนะนำวิทยากรท่านแรก คือ ดร.กนกรส ผลากรกุล เมื่อได้ยินคุณวุฒิและประสบการณ์การเรียนและการทำงานของวิทยากรนักเรียนเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น แต่ก็ยังคงพูดคุยกันบ้าง ดร.กนกรส ได้ใช้เทคนิคและกิจกรรม เพื่อดึงความสนใจซึ่งก็สามารถทำได้ในระยะหนึ่ง จากนั้นก็ดำเนินการบรรยายเรื่องศีล 5 ต่อไป เริ่มโดยให้นักเรียนจับคู่หันหน้าเข้าหากัน แล้วป้อนคำถามว่า เคยสงสัยไหมว่าทำไมคนเราไม่เหมือนกัน เราไม่เหมือนเพื่อน นี่ก็คือเพราะเหตุและปัจจัยที่แต่ละคนทำมาต่างกัน บุญและกรรมที่ทำมาต่างกัน ผลย่อมไม่เหมือนกัน พระพุทธองค์ได้สอนว่าธรรมะย่อมรักษาผู้ที่ประพฤติธรรม ไม่ให้ตกไปในทางที่ชั่ว การได้ชีวิตมาเป็นมนุษย์เป็นสิ่งที่ยากมาก มนุษย์ค้นพบอะไรได้หลายอย่างยิ่งใหญ่ แต่ที่หาไม่ค่อยพบคือจิตตัวเอง ศีลคือความปกติ แต่การรักษาความเป็นปกติของมนุษย์นั้นยากกว่า จนกระทั่งถึงศีลข้อที่ 3 มีวีดีทัศน์ เรื่องที่ไปของชายเจ้าชู้ เด็กนักเรียนต่างเงียบและชมวีดีทัศน์ด้วยความตั้งใจและสนใจมาก ในช่วงท้ายของการบรรยาย ประมาณเวลา 15.20 น. ก็มีนักเรียนกลุ่มหนึ่งลุกขึ้นเดินออกจากห้อง เพื่อไปเรียนพิเศษ ในขณะที่บรรยายอยู่ ทำให้บรรยากาศในการบรรยายดูเหมือนจะชะงักลง แต่ ดร.กนกรส ก็สามารถควบคุมสถานการณ์และดำเนินการบรรยายต่อไปได้อย่างราบรื่น

 

เมื่อมาถึงช่วงวิทยากรคนที่ 2 คุณมนกานต์ บุญสนอง เริ่มต้นบรรยายด้วยเสียงประกาศในห้องผู้โดยสารของแอร์โฮสเตสสาวสวย ในไฟลต์ กรุงเทพ-ฮาเนดะ สร้างความแปลกใจและน่าสนใจให้กับนักเรียนเป็นอย่างยิ่ง ด้วยบุคลิกที่สดใส น่ารัก คล่องตัว และน้ำเสียงที่ชัดเจน น่าฟัง วันนี้จะมาเป็นตัวแทนนางฟ้ามาคุยกับน้องนางฟ้าโรงเรียนวัดอัปสรสวรรค์เพื่อชวนน้อง ๆ มาเพิ่มปีกนางฟ้าให้ใหญ่ขึ้นด้วยบุญกริยาวัตถุ10 ทำให้นักเรียนติดตามด้วยความสนใจ คุณมนกานต์ใช้ประสบการณ์ที่เคยเรียนในโรงเรียนหญิงล้วน มาเป็นตัวเชื่อมสร้างความคุ้นเคยกับผู้ฟัง และบรรยายธรรมด้วยภาษาที่ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ เช่น การยกตัวอย่างทีมหมูป่าที่ติดถ้ำ และโค้ชเอก สอนให้นั่งสมาธิ เพื่อนำเข้าสู่วีดีทัศน์การสอนสมาธิอานาปานสติเบื้องต้นขององค์กร

 

การบรรยายในส่วนที่ 3 เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Case ลบหลู่พระสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้า นักเรียนให้ความสนใจอย่างมากกับเคสที่เกิดขึ้นราวกับว่าไม่เคยรับรู้มาก่อนว่ามีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นจริง . เมื่อจบการบรรยายตัวแทนของนักเรียนได้กล่าวขอบคุณทีมงานที่ได้ให้ความรู้ เธอบอกว่าเธอนับถือศาสนาพราหมณ์ฮินดู ไม่ได้เป็นชาวพุทธ แต่เธอก็เคารพในคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะคำสอนสามารถนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เธอกล่าวว่าจากนี้ไปเธอจะรักศีล เพิ่มขึ้นจาก 3 ข้อเป็น 4 ข้อ โดยเพิ่มในส่วนข้อที่ 4 เธอจะระวังในการใช้คำพูดให้มากขึ้น . หลังจากเสร็จสิ้นการบรรยาย มีคุณครูท่านหนึ่งเข้ามาถามทีมงานด้วยความสนใจว่า พวกคุณเป็นใครทำอาชีพอะไร แล้วมาช่วยงานได้อย่างไร องค์กรนี้ก่อตั้งขึ้นนานหรือยัง คุณครูชื่นชมกับผลงานขององค์กรเป็นอย่างมาก เธอกล่าวว่า ทีมงานทุกคนดูผ่องใส ไม่ธรรมดา ดูเป็นผู้มีบุญ และขออนุโมทนาในการบรรยายธรรมครั้งนี้

 

ความรู้สึกของนักเรียนหลังฟังธรรมบรรยาย... “รายละเอียดศีล 5 บรรยายได้ดี รู้จัก เข้าใจ ศีล 5 มากขึ้น การรักษาศีลสามารถทำได้ด้วยตัวเอง” “นำมาใช้ในชีวิตประจำวันนั้นคือศีล 5 สามารถฝึกจิตใจของเราได้ ทำให้มีสติ สมาธิ ในการแก้ปัญหาต่างๆ” “ได้ปลูกจิตสำนึกในการปกป้องพระพุทธศาสนา ไม่ควรนำพระพุทธเจ้ามาทำเป็นสินค้าต่าง ๆ” “การทำบุญนั้นเป็นเรื่องดีจะส่งผลในอนาคต ได้ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน” “นำมาปรับใช้กับตัวเอง ลดการทำบาป ทำความดี การฝึกสมาธินำไปใช้การเรียนได้” “คำสอนของพระพุทธเจ้านำมาปรับใช้ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการกระทำของเรา” “นำเสนอ และ บรรยายได้ดีมาก ๆ วิทยากรน่ารักมาก บรรยายเข้าใจง่าย”